พุยพุย

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 7 วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559



 บันทึกการเรียนในวันนี้

        ก่อนเริ่มเข้าสู่การเรียนอาจารย์ได้เช็คชื่อก่อนเรียนเหมือนทุกครั้ง เมื่อเสร็จอาจารย์ก็เริ่มการสอนนักศึกษาด้วยการนำไม้ลูกชิ้นขึ้นมาพร้อมแจกดินน้ำมันให้นักศึกษาคนละก้อน ไม้ลูกชิ้นที่อาจารย์ให้นักศึกษานำกลับไปตัดแบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อที่จะมาเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงในวันนี้ ไม้แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ไม้ยาวจำนวน 6 ไม้ ไม้กลางจำนวน 6 ไม้ ไม้สั้นจำนวน 6 ไม้ อาจารย์จะเป็นคนกำหนดให้นักศึกษาเอาไม้มาต่อกันเป็นรูปส่วนต่างๆ

กิจกรรมต่อไม้ลูกชิ้นให้เป็นรูปทรงต่างๆ 
1.อาจารย์กำหนดให้ต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบใดก็ได้ตามจินตนาการของนักศึกษาแต่รูปต้องเป็นสามเหลี่ยมเท่านั้น

2.อาจารย์ให้ทำเป็นรูปสามเหลี่ยมเสร็จกันครบทุกคนแล้ว อาจารย์ก็กำหนดให้ต่อเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบใดก็ได้ตามจินตนาการของนักศึกษา


 3. หลังจากที่ต่อเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมเสร็จ อาจารย์ก็กำหนดโจทย์ใหม่คือต่อให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบใดก็ได้ตามจินตนาการนักศึกษา



4. ต่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมกันเสร็จแล้วอาจารย์ก็ให้ต่อเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบใดก็ได้ตามใจและจินตนาการของนักศึกษา ให้จับคู่ 2 คน เพื่อที่จะเอาไม้มารวมกันและช่วยกันคิด



นำเสนอบทความ/วิจัย/วิดีโอโทรทัศน์ครู


การนำเสนอบทความ นางสาวพรประเสริฐ  กลับผดุง  
บทความคณิตศาสตร์ปฐมวัยเรียนอย่างไรให้สนุก + เข้าใจ
บทความนี้ได้กล่าวถึงแนวการสอนของคุณครูท่านหนึ่งที่สอนอยู่ที่โรงเรียน พระยาประเสริฐสุนทราศรัย คุณครูท่านนี้เป็นผู้มีประสบการณ์สอนคณิตศาสตร์มายาวนานกว่า 35 ปี และยังได้รับรางวัล มามากมายกว่า 20 รางวัล ครูท่านนี้คือ คุณครูเสน่ห์ สังข์ภิรมย์  
         แนวการสอนของคุณครูท่านนี้ จะใช้วิธีการแบบเพื่อนช่วยเพื่อน โยจับกลุ่มเด็กเก่งกับเด็กเรียนอ่อนให้คละกัน ให้เด็กๆได้ช่วยเหลือกัน เพื่อจะได้ส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมให้เด็กด้วย ในการสอนครูจะไม่ทำโทษเด็ก ไม่กากบาทในสิ่งที่เด็กทำผิดแต่จะอธิบายและให้เด็กได้แก้ไขตรงนั้นเลย ครูเป็นส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้การเรียนคณิตศาสตร์นั้นเป็น เรื่องสนุกสำหรับเด็ก โดยครูจะต้อง 
1. ครูต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
2. ครูต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ กิจกรรมต่างๆที่ทำให้เด็กสนุกสนานกับการเรียน
3. ใช้สื่อที่หน้าสนใจ 
             การเรียนด้วยความสนุกนั้นจะทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีและมีกำลังใจในการเรียนรู้การที่จะทำให้เด็กปฐมวัยนั้นสนุกและเข้าใจในคณิตศาสตร์ได้นั้น คุณครูหรือผู้ใหญ่ทั้งหลายจะต้องสร้าองค์ประกอบการเรียนรู้รอบด้านให้เป็น เรื่องสนุก ก็จะทำให้การเรียนที่น่าเบื่อกลายเป็นเรื่องสนุกได้นั้นเอง



 การนำเสนองานวิจัย นางสาวณัฐณิชา ศรีบุตรตา
สรุปงานวิจัยเรื่อง การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยการจัดประสบการณ์กิจกรรมดนตรี ตามแนวออร์ฟ-ชูคเวิร์คผู้จัดทำ วรินธร สิริเดชะ (2550) เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒผู้ควบคุม ผู้ช่วยศาตราจารย์ จิราภรณ์ บุญส่ง , อาจารย์ ดร. สุจินดา ขจรรุ่งศิลป์กลุ่มตัวอย่าง ที่ ใช้ในการทดลองเป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี จำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 2 ปีการศึกษา 2549 ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนศรีดรุณ จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ระยะเวลาทดลอง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาทีเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ1 แผนการจัดประสบการณ์ดนตรีตามแนวออร์ฟชูคเวิร์คและแบบทดสอบวัดทักษะพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์2 คูมือการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค การจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ผูวิจัยเปนผูดําเนินการจัดกิจกรรม โดยจัดกิจกรรมดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ใหกับเด็กสัปดาหละ 3 วัน คือในวันจันทร พฤหัสบดี ศุกร ระหวาง เวลา 9.10 – 9.50 น. เปนเวลาทั้งสิ้น 8 สัปดาห รวม 24 กิจกรรม โดยมีจุดมุงหมายเพื่อสงเสริมทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตร ดังนี้1. การจัดหมวดหมู2. การรูคาจํานวน 1 - 103. การเปรียบเทียบในเรื่องตอไปนี้ - จํานวน ไดแก มาก นอย เทากัน - ไมเทากัน - ปริมาณ ไดแก มาก นอย หนัก เบา - ขนาด ไดแก เล็ก กลาง ใหญ สูง ต่ำ สั้น ยาว - รูปทรงเรขาคณิต ไดแก วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม4. อนุกรม ลักษณะของกิจกรรมเปนกิจกรรมดนตรีที่เด็กไดลงปฏิบัติ โดยผสานกิจกรรมตางๆเขาดวยกันอยางผสมกลมกลืน ไดแก - คําพูด ( Speech)- การรองเพลง (Singing)- ลีลาและการเคลื่อนไหว (Movement)- การใชรางกายทําจังหวะ (The Use of Body in Percussion)- การคิดแตงทํานองหรือทาทางแบบทันทีทันใด (Improvisation) ซึ่งการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค สามารถบูรณาการสาระการเรียนรูในดาน ตางๆผสมผสานเขาไปในกิจกรรมทั้ง 5 ดังกลาว การวิจัยครั้งนี้ตองการศึกษาความสัมพันธของการจัด ประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค สัมพันธกับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร ในการวาง แผนการจัดกิจกรรมแตละครั้งจึงตองมีการบูรณาการเนื้อหาสาระทางดานคณิต ศาสตรกับกิจกรรมดนตรีเพื่อ สงเสริมทักษะพื้นฐานคณิตศาสตรอยางสัมพันธกัน เพื่อใหการจัดกิจกรรมดังกลาว บรรลุตามวัตถุประสงค ผูดําเนินการควรมีพื้นฐานความเขาใจ ในเรื่องพัฒนาการเด็ก จิตวิทยาพัฒนาการ ดนตรี ควรเปนผูที่มีความละเอียด รอบคอบ ชางสังเกต ใจ กวางที่จะใหโอกาสเด็กไดแสดงความคิดเห็น แสดงความสามารถ ตลอดจนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพ ของเด็กเชื่อวาดนตรีพัฒนาเด็กๆไดและที่สําคัญ คือ การคํานึงถึงความแตกตางระหวางบุคคลนอก จากนั้นทุกครั้งกอนที่จะจัดประสบการณกิจกรรมดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรค ในแตละ ครั้ง ผูดําเนินการควรมีการตระเตรียมความพรอมทั้งในดานของสถานที่ บรรยากาศ ตลอดจนสื่อ อุปกรณที่หลากหลาย เครื่องดนตรีชนิดตางๆที่สอดคลองกับเนื้อหาของกิจกรรม ทั้งนี้เพื่อใหการดําเนิน กิจกรรมเปนไปอยางราบรื่น และบรรลุตามจุดประสงคที่ตั้งไวออ รฟเนนใหเด็กไดสัมผัสและมีปฏิสัมพันธกับสื่อมากที่สุด โดยเริ่มจากสื่อที่ใกลตัวขยายสูสื่อที่ ไกลออกไป ดังนั้น สื่อของออรฟจึงเริ่มจากรางกายของเด็กเอง ไปจนถึงสื่อสําเร็จรูปตางๆ เชน เครื่อง ดนตรี เพลง เพลงที่ออรฟใชในการจัดประสบการณดนตรีแนวออรฟชูคเวิรคนี้มีที่มาหลาก หลาย ทั้งจาก เพลงที่ออรฟแตงเอง เพลงที่เด็กแตงขึ้น และเพลงจากนักแตงเพลงทานอื่น ที่สอดคลองกับหลักการของ ออรฟ เนื่องจากเพลงที่ออรฟแตงเองมีไมมากนักและวัตถุประสงคหลักของการเขียน เพลงของออรฟ คือ แตงเพียงเพื่อเปนแบบ (models) เพื่อการ improvisation สวนประกอบที่ออรฟใชแตงเพลงสําหรับเด็ก คือ 1) pentatonic mode (โนต 5ตัว ซึ่งมีความสัมพันธของเสียง โด เร มี ซอ ลา) 2) ostinato patterns และ borduns (แบบแผนของตัวโนตซ้ําๆที่เดินอยูตลอดทั้งเพลง) ซึ่งออรฟตั้งใจใหเด็กคิดขึ้นมาเอง เชน เพลง Day Is New Over ซึ่ง เปนเพลงที่มีแบบแผนของเพลงชัดเจน บรรเลงงาย มีทํานองและเนื้อรอง แบงออกเปนทอนๆอยางแนนอน มีทอนลอและทอนรับ ซึ่งงายตอการเลียนแบบเพื่อนําไปคิดแตงทํานอง ตอดวยตนเอง ดังนั้น ในการจัดประสบการณดนตรีตามแนวออรฟชูคเวิรคนั้น สื่อจึงมีความหลากหลายและมี ความหมายเฉพาะตัว ทั้งสื่อที่ใกลตัว สิ่งที่ประดิษฐเอง และสื่อสําเร็จรูป ผูดําเนินการวิจัยจึงจําเปนตอง ศึกษาและเรียนรู วิธีการใช เปาหมายของสื่อแตละชนิด เพื่อนํามาใชใหสอดคลองกับกิจกรรมเพื่อพัฒนา ผูเรียนใหบรรลุตามเปาหมายที่วางไว้ ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ทางดนตรีตามแนวออร์ฟชูคเวิร์คมีทักษะ พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ ด้านการจัดหมวดหมู่ ด้านการรู้ค่าจำนวน ด้านการเปรียบเทียบ ด้านอนุกรม



การนำเสนอวิจัยเพิ่มเติม ของนางสาวศิริพร  ขมิ้นแก้ว
วิจัยเรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร
ของ ศุภนันท์ พลายแดง
ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 2553
          การวิจัยเรื่อง ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร
กลุ่มตัวอย่าง
         กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย - หญิง อายุระหว่าง 3-4 ปี
ที่กา ลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปี ที่ 1 ในภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2553 ของโรงเรียนมิตรภาพ
ที่ 34 อา เภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จา นวน 15 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการคัดเลือกจากเด็กที่มี
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ค่อนข้างต่า จากแบบวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย
1. แผนการจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร จำนวน 18 แผน
2. แบบวัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จำนวน 20 ข้อ
ระยะเวลาในการทดลอง
        การทดลองครั้งนี้กระทำ ในภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2553 ใช้เวลาในการทดลอง
6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละ 30 นาที
ตัวแปรที่ศึกษา
1 ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดกิจกรรมการประกอบอาหาร
2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
กรอบแนวคิดในการวิจัย
ตัวแปรต้น
     - กิจกรรมการประกอบอาหาร
ตัวแปรตาม
     ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
1. การเปรียบเทียบ
2. การจับคู่
3. การนับจำนวน
สรุปผลการวิจัย
        เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการประกอบอาหารก่อนและหลังการทดลอง
มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่
ระดับ .01
 


แผนการจัดกิจกรรมการประกอบอาหารเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
สาระการเรียนรู้ อาหารดีมีประโยชน์ เรื่อง น้าส้มคั้น
สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 1 สอนวัน พุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 30 นาที

สาระสำคัญ
          การเรียนคณิตศาสตร์ เด็กควรจะได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับกับเปรียบเทียบ เรียงลำดับการวัด การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง การนับก่อนที่จะเรียนเรื่องตัวเลข และวิธีคิดคำนวณ ซึ่งการจัดกิจกรรมการประกอบอาหารในครั้งนี้นำเอาผลไม้ที่เด็กๆรู้จัก คือส้ม มาใช้ในการจัดกิจกรรมซึ่งนอกจากเด็กๆ จะๆได้รับคุณค่าจากสารอาหารแล้ว ยังสามารถเกิดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ในเรื่องของการเปรียบเทียบ อันเปรียบเสมือนบันไดขั้นต้น ซึ่งช่วยเตรียมตัวให้พร้อมที่จะก้าวไปสู่ประสบการณ์พื้นฐานต่อไป

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อให้เด็กสามารถเปรียบเทียบปริมาณของน้า ส้มที่แตกต่างกันได้
สาระการเรียนรู้
1. สาระการเรียนรู้
- การปฏิบัติตนในการประกอบอาหาร
2. กิจกรรมสำคัญ
- การประกอบอาหาร และการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น
เนื้อหา
1. ประโยชน์ของส้ม
2. ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์การเปรียบเทียบ
ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
ขั้นนำ
1. ครูให้เด็กทุกคนปิดตา และให้ชิมสิ่งที่ครูเตรียมไว้ในจานบนโต๊ะที่ละคน หลังจาก
ชิมครบทุกคนแล้ว ครูถามว่าคืออะไร เด็กช่วยกันตอบ ครูหยิบบัตรภาพและบัตรคำเฉลยส้ม
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงประโยชน์ของส้ม โดยใช้คำถามดังนี้
    2.1 เด็ก ๆ คิดว่าส้มมีประโยชน์ อย่างไรบ้าง
    2.2 ครูหยิบผลส้มออกมาใส่ตะกร้าให้เด็ก ๆ ช่วยนับจำนวนผลส้ม ทั้งหมดและถามว่ามีกี่ผล และส้มนอกจากจะรับประทานได้แล้วยังสามารถเอาไปทำอะไรได้บ้าง
3. เด็กและครูร่วมกันสนทนาถึงการนำส้มมาทำน้ำส้มคั้น ครูนำวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆให้เด็กได้รู้จักและสัมผัสกันทั่ว
4. ครูและเด็กร่วมกันทบทวนข้อตกลงร่วมกันในการปฏิบัติกิจกรรมประกอบอาหาร
การทำน้ำส้มคั้น เช่นมีข้อตกลงดังนี้
    4.1 เด็ก ๆ ต้องรู้จักอดทนรอคอย และมีระเบียบวินัย
    4.2 ไม่พูดคุยเสียงดัง ในระหว่างทำกิจกรรม
    4.3 ไม่ทำวัสดุ อุปกรณ์ เสียหาย และหลังจากปฏิบัติกิจกรรมเสร็จต้องช่วยกันเก็บ
    4.4 ต้องเคารพกฎกติกาในการประกอบอาหารโดยทำอย่างระมัดระวัง และช่วยเหลือกันและกัน
ขั้นดำเนินการ
1. เด็ก ๆ เข้าแถวรอรับอุปกรณ์ วัสดุ ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำน้ำส้มคั้น
2. ครูแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 จะเตรียมส้มและคั้น กลุ่มที่ 2 จะรับไปปรุงแต่งรสและแจกจ่ายเพื่อนๆ เพื่อชิม โดยครูคอยให้คำแนะนา ชี้แนะ
3. เมื่อได้น้ำส้มมาแล้ว ครูเตรียมแก้วใสที่มีรูปทรงเดียวกันมาทั้งหมด 6 ใบ แล้วรินน้ำส้มใส่ในแก้ว ซึ่งจะใส่ในปริมาณที่เท่ากันเป็นคู่ ๆ จากนั้นวางสลับกัน ติดหมายเลข 1-6 ที่แก้ว
ครูให้ตัวแทนกลุ่มทั้งสองกลุ่มออกมา จับคู่แก้วที่มีปริมาณน้า ส้มเท่ากัน ทีละกลุ่ม ให้เด็กที่เหลือ
ช่วยกันเป็นกรรมการและปรบมือชื่นชมกลุ่มที่ทำได้ถูกต้อง
4. หลังจากทำกิจกรรมเสร็จเด็ก ๆ ร่วมกันเก็บอุปกรณ์ และร่วมกันทำความสะอาด
บริเวณที่ทำกิจกรรม
ขั้นสรุป
1. ครู และเด็กร่วมกันสรุปถึงประโยชน์ของน้ำส้มคั้น
2. ครูกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเด็กแต่ละคนที่มีระเบียบวินัยในตนเอง
สื่อการเรียนรู้
1. ภาพส้ม
2. บัตรคำ ส้ม ป้ายตัวเลข 1-6
3. ผลส้ม
4. แก้วใส 6 ใบ และ อุปกรณ์ ส่วนผสมในการทา น้ำส้มคั้น
การวัดและการประเมินผล
1. วิธีการวัด / สิ่งที่วัด
1.1 สังเกตการสนทนา และการตอบคำถาม
1.2 แบบวัดทักษะทางคณิตศาสตร์ ระหว่างปฏิบัติกิจกรรมการประกอบอาหาร
2. เกณฑ์การวัดผล
1 หมายถึง เด็กสามารถตอบคา ถามได้
0 หมายถึง เด็กไม่สามารถตอบคา ถามได้



สรุปใบความรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย









ทักษะที่ได้รับ
1.ทักษะการคิดออกแบบรูปทรง
2.ทักษะการลงมือปฏิบัติในการทำกิจกกรม
3.ทักษะการตอบคำถามอาจารย์
4.ทักษะการฟังการนำเสนองานของเพื่อน
5.ทักษะการใช้เทคโนโลยี
6.ทักษะการคิดวิเคราะห์

การนำไปประยุกต์ใช้
1.การที่ได้ทำกิจกรรมไม้ลูกชิ้นสามารถเอามาปรับใช้กับเด็กปฐมวัยได้ และเหมาะสมกับการจัดกิจกรรมคณิตศาสตร์ให้เด็กปฐมวัยได้เหมาะสมการทำกิจกรรมการต่อไม้ลูกชิ้นจะแบ่งออกเป็นขั้นตอนการวางแผนก่อนจะลงมือปฏิบัติ 1.เราคิดว่าเราจะทำรูปทรงไหนแบบไหน 2.ดูขนาดไม้ให้เท่ากัยเพื่อที่จะเอามาประกอบโครงสร้างรูปทรงต่างๆ 3.ลงมือปฏิบัติ 
2.สามารถให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดอย่างไม่เป็นทางการกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สามารถนำแนวทางการเรียนการสอนที่ถูกต้องไปใช้กับเด็กปฐมวัยได้จริง 


การประเมินผล

ประเมินตนเอง
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียนได้เข้าใจ รับฟังความคิดเห็นของอาจารย์ของเพื่อนในการตอบคำถามของอาจารย์ พยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม 

ประเมินเพื่อน
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ  สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียน วันนี้ทำให้บรรยากาศในการสอนของอาจารย์ต้องติดขัดเพื่อนๆพยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม มีการคิดตามเนื้อหาระหว่างที่เรียนและช่วยกันตอบคำถาม

ประเมินอาจารย์


         อาจารย์มีการนำกิจกรรมมาให้ปฏิบัติก่อนเริ่มเนื้อหาอาจารย์ได้ให้คำแนะนำตลอดการเรียนการสอน อธิบายเนื้อหาเรื่องที่เรียนได้ละเอียดและชัดเจน มีการยกตัวอย่างในเนื้อหาที่เรียนทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น คอยรับฟังคำถามหรือเรื่องที่นักศึกษาสงสัยจากเนื้อหาที่เรียนเมื่อจบการเรียนการสอนของวิชาเสมอ


วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6 วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559



บันทึกการเรียนในวันนี้

        วันนี้อาจารได้มีการเช็คชื่อเหมือนกับทุกครั้งที่เคยทำเมื่อเริ่มการสอนอาจารย์ก็กระดาษ A4 ให้คนละ 1 แผ่น หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้ตีตารางเป็น 2 ตารางโดยมีความยาวเท่ากันคือ 10 เซนติเมตร ตารางที่หนึ่งมีสองแถว ส่วนตารางที่สองมีสามแถว โดยอาจารย์มีโจทย์ให้ว่าให้แรงเงาช่องให้ติดกันโดยการออกแบบเอง


วาดตารางช่องละ 1 เซนติเมตร จากนั้นให้ระบายที่เป็น 2 แถวให้แรเงา 2 ช่องติดกันโดยที่ออกแบบเองไม่ให้ซ้ำกันให้ได้มากที่สุด




ต่อมาให้แรงเงาที่มีช่อง 3 แถวโดยระบายช่อง 3 ช่องให้ติดกันโดยที่ออกแบบเองไม่ให้ซ้ำกันให้ออกมาได้มากที่สุด






-สรุปวิจัย นางสาวศิริพร ขมิ้นแก้ว ต้องนำเสนอใหม่เนื่องจากเป็นวิจัยที่นานเกินไป

-สรุปวิดีโอโทรทัศน์ครู นางสาวชลนิชา สิงห์คู่ ต้องนำเสนอใหม่เพราะไม่ตรงกับเนื้อหาที่เรียน



สรุปบทความ นางสาวมาลินี ทวีพงศ์
 เรื่อง เลขคณิตคิดสนุก แนะนำพ่อแม่สอนลูกๆจากกิจกรรมในบ้านจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยอาจารย์สุรัชน์ อินทสังข์ จากภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
        อ.สุรัชน์ กล่าวว่า เด็กไทยคิดคำนวณเลขเก่ง แต่ถ้ายังขาดการให้เหตุผล ซึ่งเรื่องนี้พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้เด็กฝึกคิดหาเหตุผลได้ โดยการชวนลูกคุย และหมั่นตั้งคำถาม ให้เด็กได้ฝึกคิด ส่วนคำตอบจะผิดหรือถูกยังไม่ใช่เรื่องสำคัญ คณิตศาสตร์ซ่อนอยู่ในหลายๆ ที่ ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น หนังสือพิมพ์ ในห้องครัว ในสวน สนามเด็กเล่น เป็นต้น เมื่อผู้ปกครองพบเห็นอะไร ก็สามารถเก็บประเด็นแล้วนำมาพูดคุยกับลูกหลานได้ หรือหากิจกรรมสนุกมาทำร่วมกันในครอบครัวและให้เด็กมีส่วนร่วมด้วย เช่น เล่นเกมทางคณิตศาสตร์ เข้าครัวทำอาหาร เป็นต้น ตัวอย่างกิจกรรม เช่น
ให้พ่อแแม่และเด็กทำเยลลีด้วยกัน เด็กก็จะได้เรียนรู้เรื่องทักษะการชั่ง การตวง การวัด  หรือชักชวนลูกไปจ่ายตลาดด้วยกัน เด็กๆ ก็จะได้ฝึกวางแผนว่าจะต้องซื้ออะไรบ้าง ในปริมาณเท่าไหร่ และปริมาณเท่านี้คิดเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ เป็นการให้เด็กได้ฝึกคำนวณเลข เมื่อเด็กเล่นอยู่ในสวนที่มีดอกไม้ ก็อาจเรียนรู้คณิตศาสตร์จากการนับกลีบดอกไม้แต่ละชนิด เช่น ดอกเข็มที่ส่วนใหญ่มี 4 กลีบ แต่จะมีบางดอกที่มี 5 กลีบ หรือ 6 กลีบ ก็หยิบยกเอามาคิดเรื่องสถิติก็ได้ว่าจะมีโอกาสพบดอก 5-6 กลีบ ได้อย่างไรบ้าง อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ การประดิษฐ์กล่องของขวัญ การทำกล่องก็จะต้องมีการวัดสัดส่วน วัดมุม เพื่อให้ได้ขนาดกล่องตามที่ต้องการ   นอกจากนี้ อ.สุรัชน์ ยังได้แนะนำเกมสนุกๆ ที่พ่อแม่สามารถนำไปเล่นกับเด็ก เพื่อช่วยฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ของลูกเพิ่มเติมจากที่โรงเรียนได้ไม่ยาก เช่น เกมทายตัวเลข เกมนับตัวเลข เกมโยนเหรียญ เกมทอยลูกเต๋า  การเล่นเกมจะทำให้เด็กชอบได้ง่าย เพราะมีการแข่งขันเข้ามาเกี่ยวด้วย การทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันที่บ้าน เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ซึ่งกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ
สรุป 
  "การส่งเสริมทักษะคณิตศาสตร์ให้เด็กจากที่บ้าน ยังเป็นการสร้างทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ด้วย ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องทั่วไปที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน และนำมาเล่นสนุกกันได้ ไม่ใช่เรื่องวิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้เด็กสนใจและรู้สึกอยากเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น"






สรุปโทรทัศน์ครู นางสาววรัญญา ศรีดาวฤกษ์ เอามานำเสนอเพิ่มเติมเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
วิดีโอ เรื่อง ลูกเต๋ากับการเรียนรู้
ของครูนิตยา ถาชัย ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านยางขาม นำความคิดนี้มาจากโทรทัศน์ครูและนำมาประยุกต์ใช้ในการสอน โดยหลักการของครูคือ การใช้ลูกเต๋าเพื่อเป็นสื่อใสการเรียนรู้ของเด็กและนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ซึ่งในของจะสาธิตการสอนได้ 2 อย่างคือ 1 เรื่องจำนวนคู่-จำนวนคี่ โดยครูให้เด็กแต่ล่ะคนโยนลูกเต๋าและให้เด็กนับจำนวนบนลูกเต๋าว่ามีจำนวนเท่าใดและนำไปเขียนบนกระดานโดยบนกระดานจะมีตารางซึ่งแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งของจำนวนคู่และจำนวนคี่เมื่อเด็กโยนเสร็จแล้วครูก็จะถามเด็กว่านี่คือเลขอะไรและเป็นจำนวนคู่หรือจำนวนคี่ เรื่องที่ 2 คือเรื่องการบวกเลขอย่างง่ายโดยการใช้ลูกเต๋า 2 ลูกพร้อมกันและให้เด็กนับจำนวนว่าแต่ล่ะลูกมีจำนวนเท่าใด และนำมาบวกกันจากนั้นครูและเด็กก็ร่วมกันแต่งโจทย์ปัญหาอย่างง่ายขึ้นมา เช่น แม่มีแมวอยู่ 3 ตัว พ่อซื้อมาอีก 4 ตัว ตอนนี้แม่มีแมวทั้งหมดกี่ตัว
ซึ่งวีดิโอนี้จะสรุปได้ว่า เด็กจะได้รับความรู้จากสื่ออุปกรณ์ที่ครูเตรียมมาให้ได้อย่างเห็นภาพและเข้าใจง่ายมากขึ้นและกิจกรรมในครั้งนี้บังให้ทั้งความรู้ความสนุกสนาน รวมไปถึงสร้างความแข็งแรงในด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กอีกด้วย ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์มาก





ทักษะที่ได้รับ
-ทักษะการคิดจากโจทย์ปัญหา
-ทักษะการคิดสร้างสรรค์หรือการคิดแตกแขนง
-ทักษะการนำเสนอหน้าชั้นเรียน
-ทักษะการนำเสนอ Project ของเด็ก
-ทักษะการกำหนดเป้าหมายในชีวิต
-ทักษะการเรียงลำดับในการสอน
-ทักษะการออกแบบ ตำแหน่ง ทิศทาง
-ทักษะการจัดการสอนให้สอดคล้องกับหลักสูตร
-ทักษะการคิดวิเคราะห์ในการดูวิดีโอ

การนำไปประยุกต์ใช้
-การจัดประสบการณ์ในการเรียนเมื่อมีความรู้แล้วก็สามารถนำไปจัดประสบการณ์ให้กับเด็กจัดได้หลากหลายและให้เหมาะสมกับพัฒนาการและช่วงอายุของเด็กได้
-มองเห็นความสนใจของเด็กเป็นหลักในการจัดประสบการณ์
-คิดแนวในการจัดกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับเรื่องที่จะเรียนโดยมีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อเจอปัญหา

เทคนิคในการสอนของอาจารย์
-อาจารย์ให้คิดแก้ปัญหาและออกแบบเองอย่างอิสระลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความเข้าใจของเราเอง
-อาจารณ์สรุปการเรียนการสอนทุกครั้งที่ให้ทำกิจกรรม คำถาม-ตอบ และการนำเสนอหน้าชั้นเรียน
-อาจารย์ทอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมในการเรียนการสอนเสมอเพื่อให้นักศึกษาตระหนักถึงการเป็นครูที่ดีว่าการเป็นครูที่ดีต้องปลูกฝังสิ่งที่ดีๆให้กับเด็ก มีเมตตาและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก




ประเมินตนเอง
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียนได้เข้าใจ รับฟังความคิดเห็นของอาจารย์ของเพื่อนในการตอบคำถามของอาจารย์ พยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม 

ประเมินเพื่อน
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ  สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียน วันนี้ทำให้บรรยากาศในการสอนของอาจารย์ต้องติดขัดเพื่อนๆพยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม มีการคิดตามเนื้อหาระหว่างที่เรียนและช่วยกันตอบคำถาม

ประเมินอาจารย์

         อาจารย์มีการนำกิจกรรมมาให้ปฏิบัติก่อนเริ่มเนื้อหาอาจารย์ได้ให้คำแนะนำตลอดการเรียนการสอน อธิบายเนื้อหาเรื่องที่เรียนได้ละเอียดและชัดเจน มีการยกตัวอย่างในเนื้อหาที่เรียนทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น คอยรับฟังคำถามหรือเรื่องที่นักศึกษาสงสัยจากเนื้อหาที่เรียนเมื่อจบการเรียนการสอนของวิชาเสมอ


วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5 วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559



 บรรยากาศในห้องเรียน
        วันนี้ก็เป็นเหมือนกับทุกๆวันก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่การสอนอาจารย์ก็เริ่มเช็คชื่อนักศึกษาคนที่มาก่อนจนถึงคนที่มาเป็นคนสุดท้าย ต่อมาอาจารย์ก็เริ่มสอนโดยให้นักศึกษาทุกคนนำกระดาษชื่อของตนเองไปติดบนกระดานแล้วกลับมานั่งที่เดิมจาก นั้นอาจารย์ก็ได้เริ่มสอนและให้ความรู้พร้อมอธิบายเพิ่มเติม

 สาระการเรียนรู้
-การนำเสนอข้อมูลการทำตารางในการมาเรียนของเด็กก็เป็นการส่งเสริมทางคณิตศาสตร์เพื่อเด็กจะได้บันทึกข้อมูลซึ่งการทำตารางสามารถนำเสนอด้วยแผนภูมิก็ได้
-การทำตารางขึ้นมาทำให้เด็กได้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 6 สาระเมื่อเด็กเห็นเด็กสามารถนำมาเชื่อมโยงในการปฎิบัติได้
-สร้างแผนภูมิหรือตารางขึ้นเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของเวลามาก่อน-มาหลัง
-จำนวนเด็กที่มาก่อนมาหลังการที่จะบอกจำนวนได้ต้องนับ นับและบอกจำนวนใช้ตัวเลขบอกจำนวนตัวเลขฮินดูอารบิก
-ให้เด็กรู้จักตัวเลขด้วยรูปภาพเด็กจะสามารถจำได้มากขึ้นและการเปรียบเทียบจำนวนเด็กจะรู้ว่าจำนวนการตื่นนอนเวลาไหนมากกว่าน้อยกว่า เด็กก็จะสามารถเปรียบเทียบจำนวนได้
-พัฒนาการ คือ สิ่งที่เด็กทำได้ตามลำดับอายุ ลำดับขั้นตอนของเด็ก การจัดกิจกรรมก็ควรดูตามพัฒนาการของเด็กด้วย
-การทำซ้ำๆเป็นการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะชอบทำสิ่งนั้นๆซ้ำๆแล้วเด็กก็จะเกิดการเรียนรู้ตามลำดับขั้นตอนครูก็จะสังเกตได้ว่าเด็กเรียนรู้ได้ถึงไหนแต่ละช่วงอายุ
-การสอนเด็กครูต้องรู้ว่าเด็กรู้อะไรบ้างและต้องมีวิธีการรู้ ( learing stay )
-การนำเสนอควรคำนึงถึงเนื้อหาที่ตนหามาว่าถูกต้องหรือไม่และการนำเสนอควรนำเสนอในท่าทีอย่างไร พูดอย่างไรให้ผู้อื่นเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ


  
เพลงที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์

เพลงที่ 1 เพลงนกกระจิบ



เพลงที่ 2 เพลงนับนิ้วมือ



เพลงที่ 3 เพลงจับปู




เพลงที่ 4 เพลงบวก-ลบ


 ครูให้ดัดแปลงเนื้อเพลงบวก-ลบกันเป็นแถว
ตัวอย่างเนื้อเพลงบก-ลบ
            บ้านฉันเลี้ยงควายหกตัว          ลุงให้อีกนะเธอ
มารวมกันนับดีดีซิเออ                         ดูซิเธอรวมกันได้สิบตัว
บ้านฉันเลี้ยงควายสิบตัว                     หายไปสามตัวนะเธอ
ฉันหาควายแล้วไม่เจอ                         ดูซิเออเหลือเพียงแค่เจ็ดตัว



ภาพตัวอย่างคำคล้องจอง


-คำคล้องจองคณิตศาสตร์ เป็นสิ่งที่เด็กท่องจำได้ง่ายสามารถเป็นเทคนิคในการนำเข้าสู่บทเรียนได้
-การจัดการเรียนนั้นควรจัดให้สอดคล้องกับการเรียนของเด็ก มีความสมดุลและเกิดความคิดรวบยอดเกิดกระบวนการคิด
-การสอนร้องเพลงหรือสอนคำคล้องจองไม่ควรที่จะตำหนิเด็กในการสอนเพราะจะทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นในตนเองได้
-ทักษะจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กได้ลงมือปฎิบัติในสิ่งนั้นๆ




ลักษณะหลักสูตรที่ดี
มีความสมดุลในเรื่องต่อไปนี้
1.เน้นกระบวนการคิดและการพัฒนาความคิดรวบยอด
2.เน้นการเรียนรู้ภาษาและการใช้ภาษาพูดที่สัมพันธ์กับกิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่ใช่การท่องจำ
3.แนะนำคำศัพย์ใหม่ๆและสัญลักษณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
4.สร้างเสริมให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นและค้นคว้าข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบ
5.ส่งเสริมให้เด็กเกิดการรับรู้สามารถบรรยายและค้นคว้าเพิ่มเติม/การสรุป
6.เน้นให้เด็กเกิดความคิดรวบยอดมีทักษะคณิตศาสตร์ไปพร้อมๆกัน/ทักษะเกิดขึ้นเมื่อเด็กลงมือกระทำ
7.เปิดให้เด็กได้ค้นคว้าสำรวจปฏิบัติรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง

(วันนี้สรุปบทความ/วิจัย/วีดีโอโทรทัศน์ครูที่นำเสนอในวันนี้ไม่ตรงตามหัวข้อจึงไม่สามารถนำมาสรุปได้และในอาทิตย์หน้าเพื่อนๆจึงขอนำเสนออีกครั้ง)


ทักษะที่ได้รับ
- ทักษะการบูรณาการการเรียนคณิตศาตร์มาใช้ในชีวิตประจำวัน
-ทักษะการบันทึกข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล
ทักษะการออกแบบ/การเขียนแผนภูมิ
ทักษะการฟังในการเรียน
-ทักษะการนับจำนวน
ทักษะการเรียนรู้การนำรูปภาพมาใช้ในการปฎิบัติ
ทักษะการร้องเพลง การสอนร้องเพลงและคำคล้องจอง
ทักษะการพูด การตอบคำถามจากอาจารย์

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
            ความรู้ที่ได้รับในวันนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางในการเรียนการสอนในอนาคตได้การนำตารางการเรียนมาใช้ในการเรียนการสอนที่เหมาะสม นำทักษะที่ได้จากการเรียนนำมาใช้ในการสอนเด็กสอนเรื่องของเวลาการนับจำนวนสำหรับเด็กได้เหมาะสม การร้องเพลงของเด็กสามารถดัดแปลงเนื้อหาของเพลงได้และฝึกร้องเพลงเพื่อนำไปสอนให้กับเด็ก


ประเมินตนเอง
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียนได้เข้าใจ รับฟังความคิดเห็นของอาจารย์ของเพื่อนในการตอบคำถามของอาจารย์ พยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม 

ประเมินเพื่อน
         วันนี้ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ  สนใจเนื้อหาเรื่องที่เรียน จดบันทึกความรู้ในระหว่างเรียน วันนี้ทำให้บรรยากาศในการสอนของอาจารย์ต้องติดขัดเพื่อนๆพยายามคิดและหาคำตอบเมื่อมีคำถาม มีการคิดตามเนื้อหาระหว่างที่เรียนและช่วยกันตอบคำถาม

ประเมินอาจารย์
         อาจารย์มีการนำกิจกรรมมาให้ปฏิบัติก่อนเริ่มเนื้อหา อาจารย์ได้ให้คำแนะนำตลอดการเรียนการสอน อธิบายเนื้อหาเรื่องที่เรียนได้ละเอียดและชัดเจน มีการยกตัวอย่างในเนื้อหาที่เรียนทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น คอยรับฟังคำถามหรือเรื่องที่นักศึกษาสงสัยจากเนื้อหาที่เรียนเมื่อจบการเรียนการสอนของวิชาเสมอ